และแล้ว...คอร์แจลเกิร์ล
ก็ได้อัพบล็อกซะที
(คุณแฟนชอบเรียก "คอแด๊ว" ๕๕๕)
ด้วยความคิดถึงนะคะทุกคน
โดยเฉพาะ
พี่ม้ามีอายุ
พี่ก้อย
ที่คอยติดตามบล็อกเสมอ...
ทั้งๆที่บล็อกนี้มันไม่ค่อยมีสาระ ๕๕๕
(เอ๊ะวันนี้มันขำไรนักหนานะ)
ตั้งใจจะเอารูปที่ไปเที่ยวมาให้ชมกันเล่นๆ
แต่ทว่ารูปอยู่ในคอมเครื่องที่เจ๊ง
รวมทั้งรูปแม่ด้วย
เลยอดยลโฉมแม่ของหญิงซะอย่างนั้น...ติดไว้ก่อนนะคะ
...แม่หญิง
น่ารักมาก
กุลสตรีไทย...
(อยากเป็นบ้างจัง แต่เป็นคนขี้เกียจ)
เป็นแม่ที่ดีมากๆ
เป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบ
จนบางทีเราเองกลัวถ้าในอนาคตมีลูก
เราเลี้ยงเค้าได้ แต่จิตใจล่ะ ยิ่งสังคมสมัยนี้
อยากเลี้ยงลูกให้ได้อย่างแม่
(ไม่ได้จะชมตัวเองนะคะ)
กลัวลูกจะเป็นเด็กสกอยต์หรือเด็กแวนท์
(สก๊อย แว๊น)
เราเคยเห็นเด็กมอต้น เป็นกันเยอะ
แต่ก็นะ...การที่คนเราจะเป็นไปในแบบไหน
มันก็มีอื่นๆอีกมากมาย
เรากับแม่มีเรื่องนึง...เป็นเรื่องซึ้งระหว่างกันและกัน
เรานึกถึงเรื่องนี้ทีไรเราเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอทุกที
...
เราได้เรียนรู้ว่า
...อะไรๆมันก็ไม่แน่นอน ตั้งแต่เด็ก
...ครอบครัว คือสายใยที่เหนียวแน่นที่สุด
...ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ...เป็นอยางไร
...คนรอบข้าง มีทั้งคนดีและไม่ดี
.........................
เราน้อยใจตัวเองเหมือนกันนะ
ที่เกิดช้า
พ่อกับแม่เรามีลูกช้า
ไม่งั้นเราน่าจะอายุราวๆ30กว่าๆ
เราคงมีงานมีเงินเลี้ยงพ่อแม่แล้ว
........................
แต่พ่อแม่เราดูยังสาวยังหนุ่มอยู่มากนะจ๊ะ อิอิ
.......................
ยายอ่ำ
(ที่จริงเป็นป้าเราแต่เราเรียกว่ายาย เป็นพี่สาวคนโตของพ่อ)
ที่เลี้ยงเราตอนเล็กๆ
เราผูกพันกับยายอ่ำมาก
ยายก็ยิ่งน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าพ่อกับแม่
ยายอ่ำอายุน้อยกว่า ยายแท้ๆเรากว่าสิบปี
แต่ยายเราเปล่งปลั่ง เดินหลังตรง
ส่วนยายอ่ำ...หลังงอ
ดูไม่ค่อยสดใส ตาฟางมากๆแล้ว
แต่เราก็ดีใจนะ
ที่เรากลับไปหายายทีไร พอยืนใกล้ๆยายก็จำเราได้
ครั้งที่แล้วที่เรากลับไป
เรายิ้มไปแต่ไกล แต่ยายไม่ได้ใส่ใจ
เพราะนึกว่าแค่คนเดินผ่านไปมา
(บ้านยายเป็นทางลัดไปทุ่งนา)
เราก็นึกว่ายายจำเราไม่ได้
ที่ไหนได้ยายมองไม่ค่อยเห็นแล้ว
(ขอร้องไห้ไปด้วย อัพไปด้วยนะคะ)
แต่พอใกล้ๆยายก็จำเสียงเราได้
นี่ก็เกือบปีแล้วที่เราไม่ได้เจอยายอ่ำ
แม่ไม่ให้ไปร้อยเอ็ด เพราะถ้าไปคนเดียวไม่ให้ไป
เรารู้สึกแปลกๆทุกครั้งเลยที่มาหาแฟนที่โคราช
แต่เราไม่สามารถไปต่ออีกครึ่งทางไม่ได้
เราอยากไปหายายที่ร้อยเอ็ด
มันเหมือนใกล้กันอีกนิดก็จะได้กอดยาย
เราอยากเรียนจบ รับยายมาอยู่กับเราไวๆ
เรากลัวนะ ว่าวันนึงยายจะไปจากเรา
ก่อนที่เราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน
เหมือนเมื่อตอนเราเล็กๆ
...
ยายรักเรามาก เราก็รู้
อาจเป็นเพราะ
ลูกสาวคนเล็กของยาย เสียชีวิตเมื่อยังเด็ก
ยายก็เลยเอาปูนขาวป้ายที่หน้าผากข้างซ้าย
เหมือนเป็นการทำตำหนิไว้
ถ้าคนนี้มาเกิดใหม่จะได้รู้ว่าเป็นใคร
อันนี้เราเพิ่งมาทราบเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
แม่เล่าให้ฟัง
แล้วพอเราเกิด ยายอ่ำเห็นเรา
ปรากฎว่าเรามีปานดำที่หน้าผากข้างซ้ายชัดมาก
เลยขอมาเป็นคนช่วยเลี้ยงเรา
แม่เราก็เอากำไลทอง ครอบหน้าผากเราไว้
เพื่อไม่ให้ปานมันลาม
(ความเชื่อ...อีกแล้ว ไม่รู้ว่าครอบไว้นานไหม
ลืมถามค่ะ คงแปปเดียวตอนเกิดใหม่)
..........
จุดเริ่มต้นของความผูกพัน...
เป็นเพราะ ฮอยปานดำ
(=รอยปานดำ ภาษาอิสานเด้อค่ะ)
...
ยายแท้ๆเราก็มีบ้างที่น้อยใจ
แต่เราก็รักท่านเท่าๆกันนะ
เรากลับร้อยเอ็ดทีไร
ต้องไปนอนสองบ้าน
๕๕๕ เสน่ห์แรงก็เงี๊ย
...
เล่าเรื่องยายเรื่องแม่
แต่กลับไม่มีรูปประกอบ
ขอเอารูปตัวเองกะแฟนขึ้นแล้วกันนะคะ
...
ยืมมาจาก ที่นี่ค่ะ สวยดีค่ะ
.......
คู่เราสองคน
ใครๆก็ชอบบอกว่าหวานจัง
น่าอิจฉา...(ตรงไหน? อิอิ)
ทั้งๆที่เราสองคน
ก็ทำเหมือนเคย ปกตินะคะ
ไม่ได้หอมแก้มต่อหน้าคนอื่น หรืออะไร
พูดกันทุกคน...อิอิ...ก็ดีแล้วล่ะ
ถ้าคนอื่นไม่บอก
ก็ไม่รู้นะว่าหวาน
(มิน่ามดเข้ากล้องเลย
เอาไปซ่อมที่ศูนย์ฟรี
แต่หมดประกันซะงั้น เดือนเดียว!!!)
อ๊ะ...ที่รักฉัน...กับ คุณสรพงษ์ อิอิ
..............................................................
รูปหมดแล้วจ้า เอาลงเท่านี้พอ
ประเดี๋ยวจะเบื่อหน้ากันเสียก่อน
แล้วเจอกันใหม่นะคะ
สวัสดีครับ ก่อนอื่นคงต้องบอกว่า ยินดีต้อนรับการกลับมาอีกครั้งหนึ่งนะครับ ส่วนเรื่องในเอนทรี่นี้ ผมได้อ่านแล้ว ทำให้คิดถึงพี่เลี้ยงของผมตอนเด็กเหมือนกันครับ แต่ดีหน่อยตรงที่ว่า ไม่ได้อยู่ห่างกับแกมากนักทำให้ ยังพอมีโอกาสได้พบกับแกบ้าง ยังไงขออวยพรให้ประสบความสำเร็จในการศึกษาในเร็ววันนะครับ
#1 By Old Mustang on 2007-08-12 21:16